| Pattadon's profileKnoX KnoXPhotosBlogLists | Help |
|
April 17 It's raining Sunday Hallelujahต่อๆ ฝนตกไม่หนักหรอก แต่ก็เปียกอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไปทันนะ ตามปกติ แอบไปเห็นว่ามีบิลไม่ได้คิดอยู่หนึ่งอันมั้ง ทิปตั้ง 14 เหรียญ แม่งเสียดายโคตร
มาถึงก็เช็ดกระจกได้แป๊บเดีย พี่เค้าก็เรียนกินข้าว โอ้ ว่าว ไก่ทอด สุดแซ่บ แซบทุกอย่างจริงๆ พอดีมานเป็นปีกไก่เด่ะ กินโคตรนานเลย จนจะสี่โมงแล้วยังไม่เสร็จ เจ้าของร้านเลยแบบว่า ทุกอย่างต้องเสร็จก่อนสี่โมง เหลืออยู่สามคำก็ไม่ให้กูกินเด๊ะ กูก็คับๆ แล้วก็ไปเซ็ตร้าน ตักน้ำแข็งซะเต็ม เซ็ทเสร็จแล้วไงวะ ไม่มีลูกค้าซักคน ไม่มีตาเหรอไงวะ ว่าฝนตก ก็เลยไปกินไก่กะข้าวเย็นๆ ต่อในครัว
แขกคนแรกมาประมาณห้าโมง เปียกมาเชียว กินได้สักหน่อยก็ไป วันนี้เงียบเหงามาก แทบว่าจำแขกได้เกือบทุกโต๊ะเลยจริงๆ
โต๊ะที่สองเป็นสาวๆมหาลัย แบบว่านัดกันมาเที่ยว มาเลี้ยง เลยต้องมา ฝนตกก็ไม่เกี่ยง
โต๊ะที่สามนี่เป็นครอบครัวล่ะ น่ารักดี พี่นิ้งบอกว่ามาบ่อยนะ มาก็สั่งแบบนี้เดิมๆ แถมแบบว่าไม่ต้องมีพิธีอะไรอีก กินแอ๊บไม่เสร็จ ก็บอกให้ลงเมนเลย กินเมนยังไม่เสร็จ หลานจะกินไปติมก็สั่งเลย ไรเงี้ย แถมให้ทิปมาตั้ง 50 โอ้ พระพุดเจ้า เยอะโคตร กินไปประมาณ 80 มั้ง หรืออาจจะเกินอยู่ แบบว่าถ้าไม่ได้โต๊ะนี้ วันนี้ตายแหง๋มๆ
โต๊ะสี่รับออร์เดอร์เอง รับผิดอีกเค้าสั่งแกงเขียวหวานเต้าหู้ กะข้าวผัดไก่ ดันไปสลับซะงั้น ดีที่ไม่โดนด่า เกือบซวย
โต๊ะห้า เป็นจีนเกาหลีทำนองนั้น ไอ้ป้างรับไป
โต๊ะหกนี่เป็นแอฟริกัน อเมริกัน หรือเรียกง่ายๆว่าคนดำนั่นเอง เป็นคิวเราอีก เรื่องมากสุดๆ แบบว่าจะเอาที่แบบว่าเป็นส่วนตัว มานจะทำอะไรกานวะ แต่ก็เทคโต๊ะนี้สุดใจ สั่งดริ๊งไปตั่งสี่แก้ว เยอะนะ แล้วพอสั่งเมน มันไม่รู้จะกินอะไร อยู่ดีๆมานก็ถามว่าซีแบสอร่อยมั้ย ไม่รู้จะว่าไงวะ ไม่เคยกินก็เลยบอกไปตามประสาว่า นี้ก็เป็นจานเด็ดอีกจานของร้าน เจอแฟนมันหนิสุดยอด จะกินเผ็ดๆ ไอ้เผ็ดก็มีแต่แกง แต่ก็ไม่เอาCoconut Milk อีก ไม่รู้จะทำไง ก็เลยสั่งแกงแดงให้เลย แล้วบอกทีแรกว่าอยากกินไก่ พอสั่งแล้วขอกุ้งด้วยได้มั้ย กูก็บอกว่าได้ ไม่มีปัญหา มึงจ่ายนี่นา แต่ก็ไม่บอกแต่แรกว่ากินกุ้งได้จะได้แนะนำอันแพงๆให้ พอคีย์เสร็จแอบเซ็งที่ไม่ได้แนะนำอันแพงๆ แต่พอไปดูเมนู เออซีแบส ตั้ง 20 เหรียญประสบความสำเร็จอยู่
พอสั่งของหวานเอาอีกแระ ทีรามิซึ เป็นยังไง กูก็ไม่รู้อีก ไปถามซะ ถามพี่เอ พี่เอให้ถามป๋า แต่ป๋าไม่ว่างเลยถามพี่โจ้ พี่โจ้ไม่รู้อีกก็ต้องถามป๋าเหมือนเดิม แล้วป๋าก็ดันไม่รู้ให้ถามพี่ท็อป กูงงเลยคนทำทำไม่ไม่รู้วะ พอออกไปหน้าร้านไม่เจอพี่ท็อปเลยถามพี่นิ้งกะป้าง ก็เลยบอกว่าเป็นเค้กช๊อก กะไอ้ติมวานิลลา เนี่ยแหล่ะ กูต้องการคำตอบแค่นี้ ตอบกูไม่ได้เลยไง พอไปบอกแขก มานก็ตอบมาแค่ว่า ไนซ์ เราเอาอันนี้แหล่ะ เออ แค่เนี้ย โอ้ย
โต๊ะ เจ็ด ไม่ค่อยมีอะไร เหมือนจะเป็นโต๊ะสุดท้ายของร้าน แต่ทำไมเมื่อวานนับได้แปดวะ แต่เค้าก็ถามว่ากำลังจะปิดแล้วเหรอ ก็เลยแบบว่า ยังค้าบ คิดดูแขกน้อยจ๊น สี่ทุ่มก็หมดแล้ว
สี่ทุ่มครึ่งก็กินข้าว ไอ้ที่สั่งให้แขกผิดก็ได้กินเองซะงั้น ที่จริงน่าจะทิ้งไปเลยนะ ยังงี้เดี๋ยวก็รับผิดบ่อยๆซะเลยฮ่าๆ แล้วก็เช๊กเงินทิป วันนี้นึกว่าจะได้กลับเร็วซะอีก ต้องรอปิดบัญชี Delivery ยอดพุ่งเพราะว่าฝนตก แต่เราไม่ได้ทิปกะเค้านี่ซี้
พอกะลังจะกลับเลยไปถามเรื่องตารางงานอ่ะแหล่ะ บักพี่ท๊อปไม่ยอมเซ๊ย กลัวพี่โจ้เหนื่อย ก็กูตกลงอยู่นี่นา จนพี่จิ๊บต้องเถียงให้ว่าจะไปยุ่งกะเค้าทำไม ดูดิมันใช้เหตุผลว่าเป็นไอ ไอเหนื่อยนะ ไอตายไปเหอะมึง มีการบอกว่ายูทำวันเดียว ไอก็อยู่ ไอบอกอยู่ตลอด แล้ววันพุธที่แล้วใครทำงานงกๆอยู่คนเดียววะ ไอ้ฟาย สุดท้ายก็เลยตกลงกันได้กลับบ้าน April 15 It's a very very busy Saturdayวันเสาร์มหาโหด
เข้างานบ่ายสามเหมือนเคย กินข้าวทำ Side job
วันนี้แขกโทรมาจองโต๊ะตรึมได้รับโทรศัพท์แขกด้วยนะ แต่ไมรู้จะเอาข้อมูลอะไรบ้างดีที่พี่ผึ้งอยู่
พอบ่ายสี่กว่าแขกก็เข้าร้านแล้ว โอ้ก้อด มาเร็วเกิ๊น แต่ก็ทยอยมาเรื่อยๆ ปกติ มาเริ่มยุ่งช่วย หกโมงครึ่งที่แหล่ะม้าง ประมาณว่าโต๊ะเต็ม ไอ้เราที่เป็นเบ๊ก็วุ่นเลย
แบบว่าร้านมีสามโซนนะ ทีแรกผู้จัดการร้านก็ให้ช่วยน้องปิงที่โซนซี แต่จำได้เลยนะ มีครั้งนึง ทำอะไรไม่ถูกเลย จัดโต๊ะ เก็บจานอยู่ในห้องซี ออกมาพี่จิ๊บ ผู้จัดการก็ "น็อคช่วยพี่เก็บจาน บีห้าหน่อย" ทั้งๆที่โซนซียังไม่เสร็จ แล้วก็เจอหน้าพี่ผึ้งปึ๊บก็ "น็อคช่วยด้วยพี่ไม่ทันแล้ว" เจอน้องปิงก็ "พี่ว่างมั้ยคับ ช่วยปิงหน่อย" ก็ล่ะบ่นอยู่ในใจ ว่าไม่ว่างโว้ย กูงง เป็นอย่างนี้อยู่บ่อยมากเรียกว่า ก๊งไปเรย ให้รับแขกยังจะง่ายกว่า
แถมวันนี้ซวยอีกเสิร์ฟน้ำหกใส่แขกเซ้ย ไม่กล้าไปโต๊ะนั้นเลย แต่ก็ต้องไป พอกลุ่มนี้กลับ เชิดใส่กูอี๊ก เออ เอาเข้าไป
เวลาผ่านไปเหนื๊อยเหนื่อย ไปดูนาริกาที่โต๊ะ เฮ๊ย ทำไมเพิ่งสามทุ่มครึ่งเองวะ รู้สึกว่าทำมานานมาก ไม่ได้หยุดเรย นู่นยุ่งไปจนถึงห้าทุ่มนู่นแหล่ะ พอแขกเริ่มหมดร้าน แรงก็เริ่มหดหายทันที แต่ก็ยังคงเดินได้อยู่
ห้าทุ่มครึ่ง ก็เริ่มทานข้าวกันแระ กินลาบอีกแระง่ะ สงสัยเมนูก็คงเวียนๆอยู่แค่นี้ วันหลังจะขอไข่เจียวเหมือนน้องปิงบ้างดีฝ่า
ปิดทิปแร้วได้มา 101 บาท อิอิ ก็ดีนะ แต่เค้าถือว่าไม่ดีอ่ะ เพราะร้านยุ่งขนาดนี้ ได้แค่นี้เอง จากการคาดเดาว่าเป็นอาทิตย์ที่เสียภาษี จริงรึป่าวไม่รู้ หรือแขกไม่พอใจ แต่ก็ไม่มีอะไรนี่นา วันศุกร์มีผู้ใหญ่ใจดีเฉยๆหรอก
วันนี้วันอาทิตย์ จะมีแขกรึป่าว มีไม่มีก็ช่างเฮอะ ซะงั้น จนแน่ๆ ผิดแผนๆ แต่ให้ทำทุกวันก็คงจะเหนื่อยไป แต่หยุดก็หยุดหลายวันเกิ๊น Thank god it's Fridayเฮ้ย ฝรั่งเค้าคงจะแบบว่า วันศุกร์แล้ว หยุดงาน แต่เรานี่เด้ งกๆ ตื่นสายตามเคย แต่ก็ไปถึงร้านทัน ดีที่วันนี้กินนมไว้บ้างไม่งั้นตาย ไปถึงร้านก็ทำ Side job ของ Waiter แต่แล้วก็ได้เป็น Food Runner เส๊ยวะ เบื่อจริ๊ง แถมเกือบซวย จานของ Lunch กะ Dinner ก็ไม่เหมือนกานอีก ดีที่เจ้าของร้านไม่อยู่ ดีรึป่าว บางทีทั้งกินในร้าน ทั้ง Delivery กูห่อไม่ทันเล้ย เอ๊อ มี โต๊ะ 8 คน คิดไม่ตกเลยว่ะ รวมๆก็ไม่มีอ่ะไร ไม่เหนื่อยเท่าไหร่นะ ได้มา 38 เหรียญ ก็โอเค ทำกะพี่เว็ดสองคน
ข้าวบ่ายกินอารายวะ อ๋อ ผัด อะไรซักอย่าง
ไปทำงานแล้ว เดี๋ยวมาแอ๊ดต่อ
พอถึงตอนเย็น ดีใจ ได้เป็นเว๊ดแร้ว.. เห็นมั้ยล่ะ ผ่านไปสองวันเลยจำอะไรไม่ได้เลย รู้แค่ว่ายุ่งมากๆ แต่ก็พอคุมได้ ไม่มีแขกบ่นอ่าไร เราล่ะได้เป็นเบ๊ คือแบบว่าช่วยเว็ดคนอื่น อาทิตย์หน้าถึงจะได้เป็นตัวจริง
สรุปเลยละกานได้ทิปมา 102 เพราะว่ามีเพื่อนพ่อเจ้าของร้านมากิน ก็เลยให้ทิป 100 รวยจริงๆ ถ้าไม่ได้คงซวย แต่วันถัดมาก็โดนหักไปห้าบาท เพราะว่าพี่เว็ดลืมหักให้โฮสต์ คือคนรับแขกจัดโต๊ะไรเงี้ย แอบเซ็งอยู่เบาๆ
ข้าวเย็นน่ะ ได้กิน Crisp&Soft Noodle Curry หรือข้าวซอยฝรั่งนี่เองแซ่บบักคัก April 13 What am I doing here? ฉันมาทำอะไรที่นี่เมื่อวานอีกครั้ง...
สายแล้วๆ ตื่นมาเก้าโมงครึ่ง กว่าจะได้อาบน้ำก็สิบโมง เพราะมีช่างมาซ่อมซิ้ง กว่าจะออกจากบ้านก็ตั้งสิบโมงครึ่ง จะทันมั๊ยเนี่ย
ไปถึงร้านเลทไปตั้งห้านาทีแน่ะ เอ๊ะ ทำไมประตูหน้าร้านยังไม่เปิด สงสัยเค้าเข้าด้านข้างร้านกัน ไปดูก็ยังไม่เปิดอีก ถึงบางอ้อ คนอื่นๆมากันเกือบหมดแล้ว เจ้าของร้านทำไมไม่ม๊า รอตั้งสิบห้านาที แล้วตูต้องมารีบทำ side job อีก เกือบไม่ทัน
สิบเอ็ดโมงทันที ยังทำไม่เสร็จเลยลูกค้าคนแรกก็เข้ามา สงสัยเป็นลูกค้าประจำ รับเมนูปึ๊บ สั่งเลย ดีที่เมนู Lunch ง่ายโคตร อาจจะเพราะท่องมาด้วยเลยไม่มีปัญหาอะไร
บางทียุ่งๆ เจ้าของร้านก็ช่วยรับออร์เดอร์ด้วย เกือบผิด แน่ะ เค้าสั่ง Thai tea ก็เลยจะไปทำ ชาไทย ให้เค้าซะงั้น ที่จริงเค้าหมายถึง Thai Ice Tea แล้วทำไมไม่สั่ง***ดีดีวะไอ้ฟาย
เจอฝรั่งใจดี พูดสวัสดีครับ ขอบคุณครับได้ด้วย ทำอะไร ก๊ง ก๊ง เค้าก็ไม่ว่าอะไรอ่ะ สงสัยเข้าใจ ถ้าเราเข้าใจไม่ผิดต้องพูดำไทยได้แน่เลย แถมกินไป 18 บาทมั้ง พอคิดเงินให้มา 22 บาท ก็เลยเอ๊ะ สงสัยให้ทิป แต่ไม่แน่ใจ ก็เลยเอาไปทอน แล้วเค้าก็ให้จริงๆด้วย โหย รวยเลย
บางโต๊ะ ก็ให้ห้า ให้หก แล้วแต่ความไฮโซ ของแขก แต่ร้านนี้ดีนะ มีแต่คนดูดีๆมากิน ระเบียบเลยเยอะจัด วันนี้มื้อ Lunch ผ่านไปด้วยดี
พอบ่ายสามเค้าก็กินข้าวกัน ไอ้เราก็กินด้วยดิ อยู่ดีๆก็มีแขกเข้ามาก็เลย งง พี่ผึ้งก็ไปรับออร์เดอร์ให้ เพราะเราแดกอยู่ ที่จริง มันปิด สี่โมงไง ก็เลยได้ทิปโต๊ะนี้ฟรีเลย แหะๆ
สบายโคตร ไม่ค่อยได้ทำอะไรเลย อยู่ดีๆก็ได้ทิปมา 54 บาท มีฟามสุข มั่ก
Unfortunately, Oh my Buddha มาได้รู้ว่าเย็นนี้ พี่โจ้ ที่เป็น Food Runner ไม่มา ตูก็เลยได้เป็นแทนเลย จะทำอะไรได้มั๊ยเนี่ย เจ้าของร้านก็ไม่ค่อยบอกอะไรเลย ***เอ๊ย วันนี้เซ็นเซอร์เยอะหน่อยนะ ไม่ไหวจริงๆ ได้ทำ Side job อ่ะ หั่นพริกหยวกเป็นเล็กๆ สาบานได้เกิดมาไม่เคยทำ หั่นใบตอง วิ่งนู่น วิ่งนี่ ไม่แปลกใจเรน ทำไมชื่อ Food Runner ฮ่วย ซวยจริงตู
แล้วเจ้าของร้านก็มาบอกว่า ต้องเป็นจัดจานนะ เอ๊า ซวยละสิ ทำไงเนี่ย แล้วก็มาพูดทีละเมนูๆ เราก็ยืนฟัง ดีนะที่ป๋าช่วย บอกให้วาดรูปเลย เพราะว่าฟังน่ะ จำไม่ได้หรอก ก็เลยวาด ขนาดวาดแล้ว ทำจริงยังไม่เข้าใจเล้ย
พอถึงเวลาเสิร์ฟจริง เจ้าของร้านมายืนกดดัน ตูก็เลยทำไรไม่ถูกเลย ต้องเปิดตลอด หยิบนู่น หยิบนี่ผิดไปหมด มานก็เลยด่าด้วยสายตาว่า ไอ้ห่านี่เมื่อไหร่จะได้ซะที เหมือนกะทำงานกะฝรั่งเลยว่ะ ไม่รู้มานไปโดนกดดันที่ไหนมา หรือ ***เป็นสันดานมันเองไม่รู้
จำได้เลยมีสองครั้งที่กดดันมากๆ
ครั้งแรกผัดซีอิ๊ว มันถามว่าใส่อะไร ก็กูจำไม่ได้ง่ะ ก็เลยจะเปิดแล้วก็ไม่ให้เปิดอีก มันก็เลยถามว่าใส่อะไร ด้วยน้ำเสียงที่แข็งขึ้น แล้วกูก็เลยยืนทำหน้าซีด งง มันก็เลยพูดว่า ก็บอกแล้วไงว่าไม่ต้องใส่อะไร ทำไมจำไม่ได้ซักที
อีกครั้งก็พวกจานพะแนงต่างๆ อันนี้ไม่รู้จะอธิบายยังไง สุดทน มันก็บ่นด้วยสายตาอีก
นอกนั้นก็ลืมๆๆๆ บ่อยมากๆ ไม่รู้จะทำยังไง
เมนูยอดฮิต Chicken Satay สั่งกันบ่อยเหลือเกิ๊น สั่งทีเนี่ยกูเซ๊งเซง แค่จานเดียว กูต้องแบกเป็นถาด ใหญ่โคตร ครึ่งนึ่งของตัวกูเลย แบกไว้ที่ไหล่ประคองมือเดียว อีกมือต้องถือขาดตั้ง พอเอาขาตั้งไปวาง ก็ต้องราดเหล้าติดไฟ ลงบนถาดร้อนที่มีไก่สะเต๊ะอยู่ มีโต๊ะนึง เห็นคนอื่นสั่งแล้วเห็นสนุก ***มันเลยสั่งบ้าง กูเนี่ยไม่สนุกกับมึงเล้ย พอไฟติดนะ มันก็เฮๆๆ พูดเป็นภาษาอังกฤษนะจำไม่ได้ ประมาณว่า ดูสิๆ ไฟลุกยูแล้ว แล้วก็หัวเราะ คิกคักๆ
ยิ่งกว่านั่นถาดใหญ่เนี้ย ใส่ได้ตั้งสี่จาน พอเจอแบบนี้ที่ใหล่แทบหลุดเป็นตะคริวทุกครั้ง แทบจะร้องไห้ อีกแบบนึงก็คือผัดไทยเป็นจานเหล็กมีหูเกือบหล่นด้วยครั้งนีง แบบว่าหมดแรง ดีกว่าประคองไว้ทัน แขกก็ไม่ว่าอะไร เค้าบอกว่าเค้าเข้าใจ เกือบซวย
ในใจก็ภาวนาว่าวันนี้แขกอย่าเยอะเลยกูเหนื่อย พอแล้ว พอกันทีกะตำแหน่งนี้ แล้วก็น้อยจริงๆ ซักสี่ทุ่มก็หมดแล้ว เดินเล่น เม้าท์แตกเลย พอเก็บร้านเป็นไงล่ะ แขกน้อย หารสามอีกกะพี่เว็ดสองคน ได้มา 38 บาทเอง แล้วหลงเหรียญอะไรพี่เค้าก็ไม่เอาบริจาคร้านหมดด ก็กูจะเอาง้า 3 cent ก็บาทนึ่งแล้วฮ่วย กินข้าวเสร็จก็กลับเลย ไม่ทำไรแม่งแล้ว เหนื่อยเว่ย พองอมือปุ๊บ ตะคริวแดกทันที สรุปว่าวันนี้ได้มา Lunch 54+5 + Dinner 38+10 = 107 เหรียญ ได้เยอะ แต่ก็ไม่คุ้มเหนื่อยว่ะ เป็นเว็ดสบายโคตร
ถึงบ้านอาบน้ำนอน แต่ไม่เหมือนเคยที่วันนี้เหนื่อยโคตรๆ April 09 So Hoวันนี้หยุด เพราะว่าต้องเทรนด์ละเอียดให้อีกคนหนึ่ง พูดง่ายๆคือให้เริ่มทำงานนั่นเอง แถมได้ตารางหยุด จัน อังคารด้วยดิ ก็เลยต้องอยู่ห้อง เบื่อแน่ๆเลย แต้พัดดน คงจะอยู่หรอก
ตื่นเช้ามา ก็ซักผ้า หลังจากที่ไม่มีอะไรจะใส่แล้ว โชคดีที่ข้างล่างตึกมีตู้หยอด เหรียญ แพงนะถ้าเทียบกะบ้านเรา แต่ถ้าเทียบกะซักรีดบ้านเรา ที่นี่ก็ถูกกว่า แหง๋ม ล่ะ
เสร็จแล้วก็ไปกินพิซซ่า แล้วก็ไปเดิน โซโห เห็นพี่ตู้ เรียนอย่างนี้ ที่จริงมันคือ South Houston Street มั้ง So-Ho แต่ที่จริงมันก็มีหลายสตรีทอ้ะ เค้าว่าน่าเดินกว่า Fifth Avenue อีกนะ เพราะว่าจะเป็นของที่มีที่เดียวในโลก พูดง่ายๆ คือตัดเอง ขายเอง ทำให้แพงไง ซื้อไม่ได้อยู่ดี แต่มานก็มีร้านที่ขายถูกๆอยู่ ถูกของเค้าก็คือ ตัวละ 20 เหรียญ
เจอรถเข็นขายเสื้อ I love NY ด้วย ถูกอยู่นะ ตัวละ 4 เหรียญ ไว้วันหลังไปซื้อ เยอะๆ เผื่อจะได้ใส่เป็นแก๊งเลย ซื้อ 4 ตัว 12 เหรียญ ฮ่าๆ งกๆ
แล้วก็เลยไปเจอร้านเสื้อร้านนึ่ง ใหญ่มากๆๆ ชื่อร้าน UNI QLO มั้ง เสื้อแพงก็แพงนะ ถูกก็โอเค พอซื้อได้ อย่างเสื้อยืด 3 ตัว 20 แต่ไปสะดุด ตากะเสื้อตัวหนึ่ง 15 เหรียญ ก็เลยลองแล้วก็ฮึ่ม ซื้อเลย ที่จริงอยู่บ้านเรา เสื้อแบบนี้คงไม่แพงหรอก แต่อยากใส่ไปทำงาน เป็นอะไรมากไปป่าววะกรู
เดินเสร็จก็ไป มลรัฐควีน ซื้อข้าว แล้วก็ของมาใส่ตู้เย็นไว้ทำกิน ซื้อแบบอยู่เป็นชาติเลย อยากกินอะไรบอก แต่ทำไม่เป็นหรอก ฮ๋าๆ ให้พี่ตู่ทำให้กิน เสร็จแล้วก็กลับบ้านๆๆๆ พรุ่งนี้อาจจะไป SO HO ใหม่นะ จะได้ไปถ่ายรูป ลืมๆๆๆ เที่ยวให้เบื่อๆ เพราะทำงานหนักๆๆ วันพุธ ศุกร์ ทำทั้ง Lunch กะ Dinner เรย ตายแน่ Second Training Day in Prem-Onไปถึงตั้งแต่ยังไม่บ่ายสามแน่ะ ไอ้เรานี่ก็ตรงเวลาจริงๆ เจอแต่พี่กุ๊กมาเตรียมของ พี่เว็ดยังไม่มาซ๊ากคน เจอใครๆก็ถามว่า มาแต่เช้าเลย เอ๊ะ เช้าตรงไหนวะ ปาเข้าไปตั้งบ่ายสาม ก็เลยเปลี่ยนชุด วันนี้ใส่เสื้องาม เลยรู้สึกว่าแนวขึ้น ฮ่าๆๆ แต่เสียดายไม่มีเครื่องประดับเลย ไม่ใช่ตุ้มหู สร้อยเพชร ทองนะ แบบเหนือๆนะ หนังๆ ไรปามานเนี้ย ไม่มีไรทำก็เลยหาซักผ้าตามประสา พอพี่นิ้งมา ก็เลยถามว่าทำงานอื่นๆเลยดีป้ะ พี่นิ้งก็เลยว่าทำเลย.. จนนู่นบ่ายสี่มั้งถึงมากันครบ ร้านนี้สบายจริงๆ ก็แหงล่ะสิ ให้ค่าจ้างวันละ สิบบาท ใครจะอยากเหนื่อยนาน แต่ก็ช่างเหอะ เห็นแก่ที่เราไม่มีอะไรทำ
ข้าวบ่ายมาแล้ว เหมือนกะรู้เลยแฮะว่าอยากกินไก่ผัดเม็ดมะม่วง แซบโคตร กิน***อย่างเดียวเลย แล้วก็ทำ Side Job ต่อ พอซักหน่อย บ่ายสี่ บ่ายห้า แขกก็เริ่ม เข้าร้านแระ งานวันนี้ได้แก่
1. แขกนั่งปึ๊บ ก็เสิร์ฟน้ำเปล่าเลยทันทีตามสูตรพี่จิ๊บ มีคนสอนหลายคนมาก งงๆๆๆๆ บางคนก็บอกให้เทคเครื่องดื่มก่อน ดูตามวันละกาน แล้วก็เติมน้ำแขกเหมือนเคย
2. เย้ ได้เทค เครื่องดื่มแล้ว Would you like anything to drink beside(เติม s รึป่าววะ) water? โชคดีที่มีแต่แขกสั่ง Cocktails กะเบียร์ ถ้าสั่ง ไวน์เป็นขวด ***ตายแน่ๆ แล้วก็ถ้าหมดก็ถามอีก เชียร์ๆๆ แถมได้คีย์เข้าคอมเองด้วย มันๆๆ
3. เก็บจานอย่างเป็นขั้นตอน เก็บ App ก็ต้องไป Pick up ในครัว เสิร์ฟจาน Share แขกกินเสร็จก็เก็บ แล้วก็เอาเมนู Desserts วาง
4. รับออร์เดอร์ ของหวาน ชา กาแฟ ได้ทำ กาแฟ กะชาเองด้วยเว้ย วันนี้ ถาดอย่างควาย *** ละเสียวหกแทบแย่
5. แขกกินเสร็จแล้ว ก็จะเรียนเช็ก บางทีมานก็ทำมือเฉยๆต้องเข้าใจ โชคดีที่มีเส้น (Sense) แล้วก็เช็กบิลเอง เพราะว่าส่วนใหญ่จะใช่การ์ดรูด ง่ายดี ไม่ต้องยุ่งเงินสด
6. ปิดบิล ตอนแรกก็ไม่เข้าใจว่าปิดบิลคืออะไรวะ พอได้ทำเองถึงบางอ้อ ว่าแขกจะเขียนทิปให้ ให้หักอีก อะไรเงี้ย
7. Set โต๊ะ
พูดง่านๆ วันนี้ก็คือ ทำทุกอย่างเทียบกับพี่เว็ด เลย แค่ยังไม่เชี่ยวพอ เพราะว่ายังจำเมนูอาหารไม่ได้ แต่ที่จริงก็ไม่น่าเป็นไรนะ เพราะไอ้ป้างหรืออีป้าง ก็จำไม่ได้ มันก็ยังเทคเรย ตั้งหกคนแหน่ะ เพราะแขกที่มากิน ไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรหรอก มีแต่ชี้ๆ แล้วก็อ่านตาม ซึ่งไม่รู้เรื่อง บางทีก็สั่ง I like number 10 มีที่ไหนวะ งง ที่จริงเลขข้างหน้าเมนูของร้าน จะเป็นราคาอาหารไง แขกมานก็ไม่มีเส้นเล๊ย
*** วันนี้ไม่ทำแก้วแตกแล้วเว้ย เพราะพี่ท็อปมาเทรนด์ให้เอง เจ้าของร้านน่ะ น่ากัว แกก็ไม่มีอะไรหรอก แต่แกชอบพูดแบบ โมโนโทน ยิ่งกว่าตูอีก แบบไม่ได้ยินเลย
วันนี้แขกกลับช้า จะกินข้าวก็ไม่ได้ รอเป็นสามสิบนาที จนว่าคนอื่นเข้าไปกินไปครัว แต่ตูกัวไม่แซบไง เลยรอกินที่โต๊ะ เวลาล่วงเลย ***ไม่ลุกซะที ก็เลยยกมากินเลย พอดีเป็นเวลาปิดร้านแล้วด้วย มื้อนี้เป็นผัดไทยกะไข่เจียว ทำมะด๊า ทำมะดา แต่อร่อย
กินเสร็จก็จัดของเล็กๆน้อยๆ แบ่งติ๊บแล้วก็กลับบ้าน วันนี้ได้ยี่สิบบาทน้อยกว่าเมื่อวานนะ แต่พี่เค้าได้กัน80 เมื่อวานได้ตั้งเกือบ 120 ก็เลยเออไม่ติดใจอะไร ปกติวันเสาร์ต้องแขกเยอะ ไม่รู้ไปเที่ยวจริงๆ หรือไม่อยากมากินแล้วก็ไม่รู้ ได้ข่าวว่า เสาร์ที่แล้วร้านทำเสียชื่อ
ถึงบ้านก็นอนๆๆๆ อาบน้ำอยู่นะ อิอิ April 07 First day in Prem-Onตอนนี้เพิ่งตื่นนะ เมื่อวานกลับมาตีสอง แอดไม่ไหวจริงๆ เหนื่อยโคตรๆ แทบจะหลับ
เมื่อวานตื่นมาเช้าๆ ก็จัดการธุระอะไรในบ้านให้เสร็จ เปิดเน็ตคุยกะแม่กะเพื่อนๆ เที่ยงๆก็หุงข้าวทำไข่เจียวกิน สงสัยไม่ได้ทำนานมาก โคตรอุบาทเรย เฮอะๆ ไข่เจียวแค่นี้ก็ไม่อร่อย เดี๋ยววันนี้จะลองใหม่ดู
บ่ายสองแล้ว รีบสุดๆ ไปนั่ง Subway กว่าจะรูดบัตรได้ ก็เดินชนประตูไปหลายดอก สิบนาทีผ่านไป ถึงแร้ว ขึ้นมาเกือบไปไม่ถูก โชคดีที่พกแผนที่ไปด้วย ไปถึงร้านบ่ายสองครึ่ง ไม่ได้ทำอะไรเส้ย เพราะต้องรอพี่จิ๊บ บ่ายสาม จะช่วยอาไรพี่ เว็ด พี่เค้าก็ไม่ให้ทำหรอก ที่จริงมันก็ไม่มีอะไรมากมาย แต่พี่เค้าคงทำไหวน่ะ
บ่ายสาม พี่ผึ้งมากับน้องคนนึง น่ากัวมาก เป็นกะเตยเมืองเหนือกะเจ้า พูดค่ะๆๆๆเลย อุบาทว์ว้ะ เหมือนคนไม่ค่อยเต็ม พี่จิ๊บเลยชอบแซวมานว่า น่ากัวมาก ช่วยด้วย อิอิ เดี๋ยวยืมพี่จิ๊บไปใช้บ้าง
พี่จิ๊บก็เลยอธิบายร้านคร่าวๆให้ฟัง จัดโต๊ะตลกมากเลยอะไรของเค้า โชน A มี A2-A12 A1 หายอ้ะ B เนี่ยง่ายมาก อยากทำโซนนี้จัง แต่ C ก็ดันไม่มี C13 ซะงั้น พอจะเข้าใจ แล้วกะใช้ระบบคอมพิวเตอร์ด้วย เพื่อความไม่ผิดพลาด แล้วก็กินข้าวบ่ายกะเพรา ไข่ดาว แซ่บๆ หลังจากนั้นก็เริ่มทำงานเลย
งานก็ไม่มีอะไรมากวันแรก
1. ทำ Side job เช็ดเมนูต่างๆ เช็ดเครื่องใช้ จาน ช้อน มีด ส้อม เตรียมของ
2. พอแขกเข้าก็ถือเหยือกน้ำไป Excuse me... แล้วก็เติมตลอดเวลา
3. Cocktail หมด ก็ Excuse me, can I take this. Woud u like anther one? ก็แล้วแต่แขกจะตอบ ส่วนใหญ่ แขกก็จะชี้เมนูให้ดู ไม่มีอ่าไร
4. เก็บโต๊ะ
5. จัดโต๊ะใหม่
6. แล้วก็มีอะไรเล็กๆน้อย เช่น แขกเช็กบิล ขอตะเกียบ ขอส้อม แต่เวลาแขกพูดชอบทำหน้าเหมือนเราไม่เข้าใจ เอ๊ะ เราก็เข้าใจถูกแระนะ
7. แขกกลับแล้ว ก็ Thank you, have a good night
Sorry Sorry ทำแก้วแตกไปใบหนึ่ง ไม่น่าโง่เรย จริงๆ เรียงแก้วใส่ถาดผิดวิธี พี่ท็อปก็เลยสอนให้ แกแบบพูดค่อยมาก ค่อยกว่าเฮาอีก นึกว่าพูดภาษาไทยไม่ชัด ที่จริงแกก็พูดภาษาปะกิดอย่างนั้นเหมือนกัน เอ้า ซวย
ทำถึงเที่ยงคืนครึงแน่ะ กว่าแขกจะกลับ แล้วก็กินข้าวดึก ผัดซีอิ๊ว กะ ก๋วยเตี๋ยวคั่วไก่ แซ่บ เหมือนเดิม แล้วพี่เว็ดก็แบ่งติ๊บให้มา 25 บาท เห็นเค้าเรียกกันอย่างนี้ ก็เอาแหล่ะ เป็นเด็กฝึกงานอยู่ ขนาดวันนี้แขกน้อยนะ พี่เว็ดยังได้ติ๊บตั้งคนละร้อยสิบ รวยโคตร แล้วทำ Lunch แค่คนเดียวรับเต็มๆเรย ดีจัง แต่คงจะเหนื่อยมากๆ
เสร็จแล้ว นั่ง Subway กลับบ้าน สิบนาทีถึงตามเคย อาบน้ำนอน จบ
เดี๋ยวถ้าวันหน้า ไม่เหนื่อย มาอัพเป็นวันๆดีกว่า จะได้ไม่ลืมๆๆๆ April 06 Coming to NY, สมัครงาน ณ ร้านเปรม อรเมื่อเวลาเที่ยงๆของเมื่อวานมั้ง พอบักเซมาหาบอกว่ายังไงก็ทำงานไม่ได้แล้วไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจ เพราะทำงานที่นู่นคงกินแกลบตายกันพอดี ก็เลยโทรหาแม่ บอกหมดเลย แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรนะที่ของนาย แต่ก็แอบร้องไห้ ไม่แอบล่ะ โฮ เลย อยากกลับบ้านเด้ แต่ไหนๆก็มาแล้ววะ สู้กันอีกสักตั้งหนึ่ง
จากนั้นก็เลยโทรหาพี่ตู่ ก็เลยได้รู้ว่าได้ทำงานร้านซักผ้า น้าพี่ตู่ชัวร์ๆ เออ โชคดีจริงๆ ก็เลยตัดสินใจจัดกระเป๋า ทิ้งความทรงจำที่ดีๆรึป่าว ไว้ที่แอตแลนติคซิตี้ พอดีไอ้อ้วนมาส่ง ก็เลยเลี้ยงมานซะหน่อย สงสารมานนะ ได้ทำงานไม่ค่อยดีเลย แต่ก็ไม่รู้จะช่วยมานยังไง เพราะว่าออกก็ไม่คุ้ม กระเป๋าเดินทางดันเกือบขาดอีก ซวยจริง นี่เราจะไม่มีกระเป๋าดีๆกะเค้าเลยใช่มั้ยเนี่ย
พอไปถึงบัสเทอมินอล ก็ซื้อตั๋วไปนิวยอร์กตามที่เคย โอ้ พระพุทธเจ้าข้า คราวก่อนซื้อไปกลับ 28 เหรียญ ไหงคราวเนี้ย ตั๋วเที่ยวเดียว 26 เหรียญ ไม่คุ้มกานเลยจริง จริ๊ง พอใกล้ๆถึงเวลาก็เลยเดินไปที่ชานชาลา คนเรียงแถวตรึม เกือบไม่มีที่นั่งซะแล้ว กระเป๋าเจ้ากรรมก็เกือบจะเจ๊ง ล้อเบี้ยวเลย สงสัยจะหนักมาก ก็สงสารมันนะ ใช้งานมันหนักจริงๆ
พอจะถึงชายแดนนิวยอร์ก รถติดโคตร เมารถบักคั๊ก เกือบตาย กว่าจะถึงเลทเป็นชั่วโมงแน่ะ
ถึงบัสเทอมินอลแล้วววว โชคดีที่พี่ตู่เพิ่งมาถึง ก็เลยไม่ต้องรอ แต่พอจะขึ้นSubway นี่ดิ ทางเข้าแคบโคตร ต้องยกข้ามเอากว่าจะได้ กระเป๋าก็ไม่รู้จะหนักไปไหนหรอก ขึ้นบันไดอีก โอ้ ก๊อด หนักๆๆ
พอได้รู้ว่ามีร้านอาหารไทยให้ทำโคตรดีใจเลย ทำตำแหน่งอะไร ก็ทำเหอะ อย่างน้อยก็ประหยัดค่าข้าวไปได้เยอะ พอมาถึงอพาร์ทเมนต์ก็โทรหาแม่เลย พอโทรเสร็จก็เลยไปที่ร้าน
นั่งรอพี่เค้าสักพัก พี่เค้าใจดีมากๆ บอกว่าจะเทรนด์ให้อย่างดี ตามสเต็ป ไม่รีบร้อน พี่เค้ามาหาบอกว่ามีตำแหน่งWaiter กะ Food Runner เหมือนถูกแจ๊กพอตเลย ดีใจมากๆ วันพรุ่งนี้จะรีบไปเร็วๆ ก่อนเวลาซักสามสิบนาทีเลย
จากนั้นพี่ตู่พาไปกินอาหารเกาหลี บ่แซ๊บ บ่แซบ ดอก แต่ก็กินได้ตามประสาข้าพเจ้า อร่อยทุกอย่าง
กลับมาอพาร์ทเมนต์ก็โทรบอกแม่อีกว่าได้งานแล้ว แม่ก็ดีใจด้วย อิอิ ตอนนี้ก็คุยเอ็มกะแม่อยู่ แต่ให้น้าพิมพ์ให้ตะหากล่า Before coming to New Yorkเดี๋ยวมาเขียนวันหลังละกาน April 05 I am changingLook at me Look at me I am changing, tryin' every way I can I am changing, I'll be better than I am I'm trying-to find a way to understand But I need you, I need you-I need a hand I am changing, seeing everything so clear now I am changing, I'm gonna start right now, right here I'm hoping to work it out, and I know that I can But I need you, I need a hand All my life I've been a fool Who said I could do it all alone How many good friends have I already lost How many dark nights have I known Walking down that wrong road, there was nothing I could find All those years of darkness-can make a person blind But now I can see I am changing, tryin every way I can I am changing, I'll be better than I am But I need a friend-to help me start all over again, oh-that would be just fine I know it's fonna work out this time 'Cause this time I am-This time I am I am changing, gonna get my life together now I am changing, yes, I know how I'm gonna start again, I'm leaving my past behind I'll change my life-I'll make a vow And nothing's gonna stop me now...hey June 21 ความเจ็บปวดใคร...คนที่เคยรู้ใจ รอยยิ้มที่เคยรู้จัก กำลังจะหายลับไปทุกที
คำพูดที่ซึ้งใจ ที่เคยว่ารักมากมาย ไม่มีอีกแล้วนับจากนี้ เธอคงจะไป ก็ต้องไป รักเท่าไรแต่ฉันคงทำได้เท่านี้ ได้แต่ยินยอมรับความเจ็บปวด และฉันจะอดทน แม้แทบขาดใจ ไม่อาจจะวิ่งหนีความจริงที่มันโหดร้าย จะพร้อมจะยอมเข้าใจความเปลี่ยนแปลง จะอยู่เพื่อเรียนรู้ความเจ็บปวด จะฝืนเดินต่อไป เมื่อไร้เรี่ยวแรง และคงมีที่สักวันนึง ฉันจะเข้มแข็ง ถึงแม้ไม่รู้ต้องนานสักเท่าไร เธอ...เธอเคยเป็นทุกสิ่ง จะขอขอบคุณทุกอย่าง ที่เคยให้ฉันจนวันนี้ และคงมีที่สักวันนึง ฉันจะเข้มแข็ง ถึงแม้ไม่รู้ต้องนาน....สักเท่าไร .......
โดนว่ะ ช่วงนี้สับสนในชีวิต
วันเสาร์ที่ 17 มิถุนายน 2549 It's my terible day...
What should i do to make them understand me as I am? February 25 Because of you - Kelly ClarksonI will not make the same mistakes that you did I will not let myself cause my heart so much misery I will not break the way you did You fell so hard I've learned the hard way, to never let it get that far Because of you I never stray too far from the sidewalk Because of you I learned to play on the safe side So I don't get hurt Because of you I find it hard to trust Not only me, but everyone around me Because of you I am afraid I lose my way And it's not too long before you point it out I cannot cry Because I know that's weakness in your eyes I'm forced to fake, a smile, a laugh Every day of my life My heart can't possibly break When it wasn't even whole to start with I watched you die I heard you cry Every night in your sleep I was so young You should have known better than to lean on me You never thought of anyone else You just saw your pain And now I cry In the middle of the night For the same damn thing Because of you I never stray too far from the sidewalk Because of you I learned to play on the safe side So I don't get hurt Because of you I tried my hardest just to forget everything Because of you I don't know how to let anyone else in Because of you I'm ashamed of my life because it's empty Because of you I am afraid |
|
|